[S.Fic]Flower's Tears (10051)
posted on 26 Mar 2009 18:39 by choconoirTitle : Flower’s tears (S.Fic)
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Chiaki
Pairing : 10051 (แอบๆ8751)
Genre : Angst ,(เกือบจะ)Drama
Rate : G
Note : มันคือการพร่ำเพ้ออยู่ฝ่ายเดียว...
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ดอกไม้สดสวยเมื่อยามอยู่บนแจกัน
ใครจะรู้บ้างว่าดอกไม้นั้นโหยหาต้นของมันเพียงใด...
.
.
และผู้ใด...
เคยแลเห็นหยดน้ำตาของดอกไม้เมื่อยามดอกไม้แห้งเหี่ยว...
ก็ถูกเขวี้ยงทิ้งไปไม่ไยดี..
ยามนั้น...
น้ำตาสักกี่หยาดของดอกไม้หลั่งริน...
“พอเสร็จตรงนี้ก็พักสักหน่อยมั้ยโชอิจิ” เสียงเอ่ยจากผู้ร่วมงานเรียกให้เจ้าของนามเงยหน้าขึ้นมองคนพูดอย่างง่วงงุน ดวงตาสีมรกตปรืออย่างเหนื่อยล้าเพราะโหมงานหนักโดยไม่ได้พักผ่อนติดต่อกัน
“ไม่เป็นไร” แม้ปากจะเอ่ยตอบไปเช่นนั้น แต่น้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงจนแทบไม่ได้ยินและอาการคอตกคล้ายจะสัปหงกลงมาได้ทุกเมื่อกลับค้านคำตอบอย่างชัดเจนจนแม้แต่คนพูดยังรู้สึกได้
สปาน่าส่ายหัวให้กับคนไม่เจียมสังขาร ทั้งๆที่ตาก็จะปิดอยู่รอมร่อ เส้นผมก็ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แม้แต่หูฟังที่เปิดเสียงเพลงดังสนั่นจนเขาพลอยได้ยินไปด้วยก็ห้อยตกอยู่ข้างคออย่างที่เจ้าของไม่ใส่ใจ กองสายไฟหุ้มด้วยฉนวนขดใหญ่ในมือก็แทบจะตกลงพื้น คนที่ยังสภาพดีพร้อมจึงเป็นฝ่ายไปหยิบกองสายไฟนั้นมาถือไว้เสียเองพลางรุนหลังไล่อีกฝ่าย “ไปพักเถอะโชอิจิ สภาพนายตอนนี้ทำงานไม่ไหวหรอก”
เมื่อปราศจากงานในมือ ก็ราวกับทั่วทั้งร่างกายพร้อมใจกันร้องประท้วงถึงการพักผ่อน โชอิจิจึงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ร่างอ่อนล้าโซซัดโซเซไปกองแปะยังมุมหนึ่งที่ยังคงมีพื้นอันเต็มไปด้วยสายไฟหุ้มฉนวนเส้นใหญ่ ล้มตัวลงนอนเอาดื้อๆเสียตรงนั้นเลย
เมื่อสปาน่าเห็นอีกฝ่ายนอนลงแล้ว จึงหันกลับไปทำงานต่ออย่างขะมักเขม้น ดวงตาที่มองเห็นอยู่เพียงข้างเดียวเหลือบมองร่างบอบบางอยู่เป็นระยะโดยไม่ใส่ใจอาการรำคาญลูกตาอีกข้างใต้แผ่นสำลีที่แปะไว้แม้แต่น้อย
แต่ก็ไม่ได้รู้เลยว่าคนที่ควรจะนอนหลับพักผ่อนไม่ได้หลับเลยแม้แต่น้อย...
...ไม่อยากอยู่เฉยๆ...
ดวงตาที่ควรจะปิดสนิทกลับเพียงแค่หรี่ปรือตามความอ่อนล้า แม้ร่างกายจะพร้อมสำหรับการพักผ่อนเพียงใด แต่จิตใจก็ยังคงว้าวุ่นรบกวนเสียจนนอนไม่ได้
...เพราะมันจะพาลนึกถึง...
คุณเบียคุรัน...
ภาพของชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มสบายใจราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกมากระทบให้รอยยิ้มนั้นจางหายไปได้ รอยสักสีดำใต้ดวงตาที่ยามปิดนั้นยิ่งส่งเสริมภาพลักษณ์อันเหมาะกับรอยยิ้มยิ่งกว่าอะไร แต่เมื่อลืมตาสีม่วงสวยกลับพบความคมกริบจนเย็นยะเยือกได้ในหลายๆครั้ง ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบไวท์สเปล
สีขาว...เจิดจ้าจนตาพร่า... จนชวนให้นึกสังเวชในความต่ำต้อยของตัวเอง
ผมเกลียดคุณครับ คุณเบียคุรัน...
เกลียดแผนการเลวร้ายของคุณ
เกลียดการกระทำของคุณ
เกลียดรอยยิ้มที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นของคุณ
เกลียดจิตใจดำมืดภายใต้รอยยิ้มนั่น
เกลียดดวงตาที่เหมือนจะมองทะลุได้ทุกสิ่งของคุณ
เกลียดที่คุณมาทำดีกับผม
เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณมอบให้ ...ไม่ว่าจะเป็นการกระทำอันอ่อนโยน แสดงความเป็นห่วงเป็นใย...ทั้งที่จริงแล้วเสแสร้ง
เกลียด...ผมเกลียดคุณ ...แต่ผมเกลียดตัวผมเองที่ดันไปหลงรักคุณซะได้ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าวันนี้ต้องมาถึง
ผมเกลียดตัวผมเองที่เสียใจ... เสียใจที่คุณไม่เคยไว้วางใจผมอย่างแท้จริงเลย เสียใจที่คุณให้คำมั่นสัญญาหลอกลวงกับผม...เกลียดที่สุด...
โชอิจิล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างระมัดระวัง ไม่ต้องการให้คนที่นึกว่าเขาหลับอยู่รับรู้ว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น สิ่งที่สัมผัสได้เป็นเศษเล็กเศษน้อยทิ่มตำเข้ามาในผิวเนื้อแต่เขาก็ไม่ใส่ใจ จวบจนสัมผัสได้ถึงวัตถุทรงกลมรีที่แสนคุ้นเคยจึงได้ล้วงมันออกมา
ในฝ่ามือที่ถูกบาดจนเลือดซึมเป็นแผลเล็กๆคืออัญมณีซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนประกอบของสิ่งที่เรียกว่ามาเล่ริง...
แม้จะเป็นของปลอมแต่ก็เป็นของชั้นเลิศ...มีพลังมหาศาลแม้ไม่อาจเทียบได้กับของจริงก็ตาม
สิ่งนี้มันก็จอมปลอมเหมือนกับเรื่องระหว่างคุณกับผมนั่นแหละ...
คุณมอบมันให้ผม ...ตอนนั้นคุณบอกว่าอะไร คุณจะยังจำได้ไหมครับ
ริมฝีปากแตกแห้งอย่างคนไม่ใส่ใจดูแลถูกกัดอย่างระบายความอัดอั้นตันใจ ไม่แม้แต่จะรู้สึกเจ็บสักนิด เทียบไม่ได้กับหัวใจที่บีบรัดอย่างรวดร้าวทรมานแทบจะฉีกกระชากออกเป็นแปดส่วน
“คิดซะว่ามาเล่ริงวงนี้เป็นแหวนหมั้นจองเราก็แล้วกันนะ” ร่างสูงในชุดเครื่องแบบสีขาวกลืนกับสีผมฉีกยิ้มให้ชายร่างเล็กที่ยังคงนิ่งอึ้งอ้าปากค้างกับของล้ำค่าที่มาอยู่บนนิ้วอย่างกระทันหัน “แล้วฉันจะรอวันที่โชจังเป็นของฉันเต็มตัวน้า~”
หึ ตอนนี้ผมรู้สึกเสียใจที่ตอนนั้นได้แต่นิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็อยากจะตะโกนใส่หน้าคุณดังๆจัง ว่า “ตอแหล!”
เพราะแค่คำว่าหลอกลวงหรือคนโกหกมันคงไม่เพียงพอ....
แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าตอนนี้เจอคุณแล้วผมจะทำหน้ายังไง
คงได้แต่หนีหัวซุกหัวซุนล่ะมั้ง...
คิดแล้วก็แค่นยิ้มอย่างสมเพชในความอ่อนแอของตัวเอง เพียงแค่สู้กับหน่วยลาดตระเวนแบล็กสเปลสักคนเขาก็คงทำไม่ได้ สิ่งที่พอจะแข่งกับใครเขาได้ก็คงเป็นฝีมือช่างกระมัง
ฝ่ามือหยาบกร้านจากการทำงานช่างกำก้อนสีสวยในมือแน่น ไม่สนใจแม้เศษจากแหวนที่แตกหักจะทิ่มเนื้อลึกเข้าไปอีก อยากจะให้สิ่งที่ยืนยันความจอมปลอมของทุกสิ่งแหลกละเอียดคามือ ...แต่แน่ล่ะ สิ่งที่เคยเป็นแหวนระดับสูงจะมาแตกเพียงเพราะมือของนายช่างผู้แสนอ่อนแอคนหนึ่งได้ยังไงกัน
ก็เหมือนกับที่เรื่องของคุณที่ไม่ยอมหายไปจากหัวผมสักที...
ไปให้พ้นได้แล้ว... ผมเกลียดคุณ
แค่นึกถึงคุณ...ผมก็ชักจะปวดท้องขึ้นมาแล้ว
“หืม” ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดสีเข้มที่ค่อยๆงอตัวเข้าจนเป็นกุ้งเรียกความสนใจจากชายผู้ยังคงทำงานต่อเรื่อยๆด้วยความเร็วเข้าขั้นอัจฉริยะ อมยิ้มแทบร่วงลงจากปากเมื่อเห็นชัดๆว่าสีหน้าที่ควรจะหลับพริ้มอย่างสบายกลายเป็นหลับตาปี๋หน้านิ่วอย่างเจ็บปวด“โชอิจิ!!!”
งานทุกอย่างถูกกองทิ้งไว้ตรงนั้นอย่างไม่ไยดี ฝ่าเท้าที่ก้าวตรงดิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายช่างแสนเชื่องช้าเพราะหัวใจโลดไปถึงก่อนแล้วด้วยความเป็นห่วง เมื่อถึงจุดหมายก็ต้องตกใจเพราะมือขวาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิเย็นเฉียบจากท่อนแขนขัดกับเหงื่อพรั่งพรูจากใบหน้า
อาการเพียงเท่านี้ก็ทำให้คนที่ร่วมงานกันมานานรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคงปวดท้องอีกแล้ว มือซ้ายที่ยังว่างอยู่รีบควานหาแผงยาแก้ปวดที่ตนมีติดอยู่เสมอ หากยิ่งเร่งรีบเท่าไหร่ก็ยิ่งหาไม่เจอ ใบหน้าขาวซีดบิดเบี้ยวด้วยความปวดทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะจิตก็ยิ่งทำให้สปาน่ากระวนกระวายรื้อค้นทุกสิ่งทุกอย่างในตัวจนกระจุยกระจายคนละทิศคนละทาง
จนในที่สุดแผงยาที่ต้องการก็โผล่มาจนได้ สปาน่าก็รีบหยิบกระติกน้ำจากเสบียงที่ทางวองโกเล่ส่งมาให้รินน้ำเตรียมไว้ ก่อนจะเขย่าตัวคนต้องการยาเบาๆให้รู้สึกตัว “โชอิจิ ตื่นขึ้นมากินยา”
หากร่างบางยังคงขดตัวงออยู่อย่างนั้น แม้ตาจะปรือขึ้นมาอย่างยากลำบากเพื่อมองคนพูด น้ำตาของความเจ็บปวดบดบังทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนมองไม่ชัด ร่างกายที่ร้องหาการพักผ่อนจนสติใกล้จะดับอยู่รอมร่อแต่ถูกความเจ็บปวดฉุดรั้งจากนิทราแสนสงบ สิ่งที่เรียกว่าสติสัมปชัญญะจึงเกือบเป็นศูนย์ ลืมแม้กระทั่งว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร
จึงไม่ได้ขัดขืนเมื่อถูก ‘ป้อน’ ยาทางปาก...
สัมผัสที่มีรูปแบบอันแสนคุ้นชินเรียกให้เผลอตอบรับตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกอย่างไม่รู้ตัว จากสัมผัสอันสุดแสนแผ่วเบาไม่เหมือนทุกครั้งก็ดึงดันเรียกร้อง ...มากกว่านี้ มากกว่านี้ บดขยี้มากกว่านี้ ล้ำลึกยิ่งกว่านี้
...เหมือนกับทุกครั้ง...
แม้เรียวลิ้นที่เรียกร้องจะไร้ซึ่งจริตหรือสัมผัสชวนสั่นสะท้าน หากอาการคล้ายกล้าๆกลัวๆไม่แน่ใจแต่ก็ยังคงเรียกร้องกลับยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ถูกเรียกร้องนั้นแทบคลั่ง รสขมของยาจางหายไปกับรสนุ่มละมุนของริมฝีปาก ไม่ได้หวานล้ำหรือเผ็ดร้อนจนชวนให้กระหาย ไม่ได้ชวนให้เมามายจนนึกต้องการความร้อนแรงที่มากขึ้น
หากหวานละมุน...แผ่วเบา อ่อนนุ่ม จนชวนให้นึกชิมรสไม่รู้เบื่อ...
...เหมือนกับมาชเมลโล่
แต่จะให้ฉวยโอกาสกับคนป่วยก็คงไม่ดี... คิดได้ดังนั้นจึงถอนริมฝีปากออกจากขนมหวานชิ้นงามตรงหน้าอย่างเสียดาย ยาที่คงจะไหลลงคออีกฝ่ายไปแล้วออกฤทธิ์เร็วทันใจ เห็นได้จากเหงื่อที่ลดปริมาณลงมากและคิ้วที่คลายออก แม้ว่าร่างกายจะยังคงเย็นเฉียบอยู่ก็ตาม ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าร่างบอบบางตรงหน้าเข้าสู่ห้วงนิทราเป็นที่เรียบร้อย
“คุณเบียคุรัน...”
ถ้อยคำแผ่วเบาจากการละเมอทำให้มือที่กำลังจะลูบใบหน้าคนเอ่ยชะงัก สปาน่ากัดฟันกรอดจนก้านลูกอมที่คาบอยู่ถูกขบเป็นรอยฟันลึกจนก้านนั้นงอ
จนป่านนี้แล้วนายก็ยังลืมเขาไม่ได้อีกเหรอ...
มือหยาบตามประสานายช่างลูบลงบนเส้นผมอ่อนนุ่มอย่างแผ่วเบา ประทับจุมพิตเบาๆที่ขมับคนไม่ได้สติอย่างอ่อนโยน ผิวกายค่อนข้างขาวเพราะห่างหายจากการโดนแดดชวนให้นึกอยากรู้ว่าภายใต้เสื้อยืดสีเข้มตัวนั้นจะเป็นเหมือนกับภายนอกหรือเปล่า ถ้าหากว่าได้ลิ้มรสริมฝีปากนั่นอีกที...รสชาติจะยังคงนุ่มละมุนชวนให้คิดถึงรึเปล่า
คิดถึงตรงนี้ฝ่ามือของนายช่างผู้สร้างมอสก้าก็ถึงกับชะงักอีกครั้ง
ไม่เป็นไร...
เจ้าของร่างค่อนไปทางสูงโปร่งลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เหมือนไม่อยากออกห่างร่างบางที่น่าทะนุถนอม ก่อนจะหันหลังกลับไปทำงานที่คั่งค้างต่อ
ไม่เป็นไร...
ฉันจะทำให้นายลืมได้เอง โชอิจิ
ไม่เป็นไร…
-End-
-- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - -- - - - -
บอกแล้วว่าเพ้อ เพ้อขั้นสุดยอดอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งโชจังทั้งคนแต่ง แหะแหะ


คนอ่านก้เลยเพ้อไปด้วย
คิคิคิ
#1 By 草の 明ら on 2009-03-26 18:52