[Chiaki]ดองไปเถิดจะเกิดผล~ View my profile

[Elizabeth The Musical]The Promise[der Tod&Rudolf]

posted on 29 May 2015 18:16 by choconoir in Fiction
Elizabeth The Musical
 
 
 
[der Tod aka Death & Rodolf]
 
 
 
 
The Promise
 
 
 
 

                ความมืด...

 

                ความเงียบ...

 

                ...ความว่างเปล่า...

 

                เด็กชายนอนลืมตาโพลงบนเตียง หูได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง ...เขาอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง

 

                "...ท่านแม่ครับ แม่อยู่ที่ไหน..." เขาได้ยินเสียงเล็กๆของตัวเองที่สั่นไหวปนสะอื้น ถึงพระอัยยิกาจะสอนเขาว่าจักรพรรดิต้องเข้มแข็ง พระอาจารย์ของเขาสอนว่าชายชาติทหารต้องไม่อ่อนแอ แต่ว่าตอนนี้ท่านแม่ของเขาจะเป็นคนสอนเขาเองนี่ ดังนั้นถ้าเขาจะร้องไห้ จะทำตัวเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาเหมือนลูกของคนรับใช้ ก็คงจะไม่เป็นไรใช่ไหม?

 

                เขาจะร้องไห้เหมือนเด็กหลงทางที่ตามหาแม่ไม่เจอ ก็คงจะไม่เป็นไรใช่ไหม ...ก็ตอนนี้ท่านแม่ของเขาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้นี่นา

 

                พระพี่เลี้ยงของเขาบอกว่านับจากนี้ เขาไม่ต้องรอให้พระอัยยิกาประทานพระราชานุญาตก็ไปหาท่านแม่ได้ ท่านแม่ไม่ต้องให้พระพี่เลี้ยงพาเขาไปหา ก็มาพบกับเขาได้

 

                แล้วตอนนี้ท่านแม่อยู่ที่ไหน

 

                ก่อนนี้ ตอนที่เขาได้มีโอกาสเจอท่านแม่เป็นระยะเวลาสั้นๆก่อนจะถูกพาตัวกลับไปเรียน ทุกครั้งที่ได้พบกัน ท่านแม่ของเขาจะกอดเขาไว้แนบแน่น เหมือนกับจะไม่ปล่อยมือให้จากไปไหน คำกระซิบอ่อนโยนของท่านแม่ทำให้เขาไม่หลั่งน้ำตาตอนที่ถูกพระอาจารย์ตำหนิ

 

                ตอนนี้ เขาจะพบกับท่านแม่ได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องหนีเรียนมาอีกแล้ว

 

                แล้วตอนนี้ ท่านแม่อยู่ที่ไหน

 

                ตอนกลางวัน เขาได้เรียนกับพระอาจารย์คนใหม่ที่ท่านแม่จัดหามาให้ แต่ท่านแม่ไม่มาหาเขาเลย พระพี่เลี้ยงก็ปลอบว่าราชกิจของจักรพรรดินีมีมากมาย คงมาหาเขาได้แค่ในเวลากลางคืน

 

                ตอนนี้กลางคืนแล้ว ท่านแม่ล่ะ...อยู่ที่ไหน

 

                ห้องของเขาเงียบเกินไป... ไม่มีเสียงที่อ่อนโยนของท่านแม่ ห้องของเขามืดเกินไป... ไม่มีรอยยิ้มที่สว่างไสวของท่านแม่ ห้องของเขาว่างเปล่าเกินไป... ไม่มีท่านแม่ ไม่มีใครเลย

 

                มีเพียงเขาอยู่ลำพัง

 

                อยู่เพียงลำพังในความเงียบ...

 

                "...ท่านแม่..."

 

                มีเพียงความว่างเปล่าที่ตอบกลับมา...

 

 

 

                ความมืด...

 

                ความเงียบ...

 

                ...ความว่างเปล่า...

 

                เด็กชายนอนลืมตาโพลงบนเตียง หูได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง ...เขาอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง ...อีกครั้ง และอีกครั้ง

 

                "...ท่านแม่" เขาเอ่ยในความมืด เสียงเล็กๆของเขายังคงสั่นไหว เขายังคงมีความหวัง "อยู่ที่ไหนเหรอครับ..."

 

                ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาเอ่ยเรียกหาผู้เป็นมารดา แต่ก็ไม่เคยที่จะได้รับอ้อมแขนที่รอคอย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาหลั่งน้ำตา แต่ก็ไม่มีมือแสนอ่อนโยนคอยปลอบประโลม

 

                ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่เขาเอ่ยเรียกหาท่านแม่ในความมืด...

 

                ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่มีเพียงความมืดนั้นตอบกลับมา...

 

                "...ท่านแม่จะมาหาผมในคืนนี้หรือเปล่านะ" อีกครั้งแล้ว ที่เขาเริ่มพูดคุยกับความมืด...

 

                อีกครั้งแล้ว... ที่ความมืดตอบเขากลับมาด้วยความเงียบ

 

                เด็กชายยิ้มกับตัวเอง ก่อนจะหลับตา ปล่อยให้ความมืดขับกล่อมเขาเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยบทเพลงแห่งความเงียบงัน

 

 

 

                ความมืด...

 

                ความเงียบ...

 

                ...ความว่างเปล่า...

 

                เด็กชายนอนลืมตาโพลงบนเตียง หูได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง ...เขาอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง ...เหมือนอย่างทุกครั้ง

 

                เขาไม่เอ่ยอะไรออกมา นอนนิ่งฟังเสียงขับกล่อมของความเงียบ เพราะเขารู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องเรียกหา ...ไม่ว่าเมื่อไหร่ ความมืดและความเงียบงันจะอยู่กับเขาเสมอ หยอกล้อเคล้าเคลียด้วยความว่างเปล่าในห้องนอนกว้างใหญ่ของเขา

 

                "...ท่านแม่" เด็กชายลองเอ่ยเรียก เขารู้สึกได้ว่าความมืดนั้นขยับไหว ตอบรับเสียงของเขา "...ท่านแม่อยู่ที่ไหนเหรอครับ"

 

                ไม่มีเสียงอ่อนหวานหรืออ้อมแขนอบอุ่นของท่านแม่ มีเพียงอ้อมกอดของความมืด

 

                ไม่เป็นไร คืนนี้ท่านแม่ไม่มาหาเขาก็ไม่เป็นไร ...เขามีความมืดอยู่เป็นเพื่อน

 

 

 

                ความมืด...

 

                ความเงียบ...

 

                ...ความว่างเปล่า...

 

                เด็กชายนอนลืมตาบนเตียง ดวงตาที่คุ้นเคยกับความมืดทำให้เขามองเห็นเค้าร่างของสิ่งต่างๆภายในห้องนอน เสียงที่ได้ยินมีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของตัวเขาเอง ...ตอนนี้เขาอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง ...แต่ไม่ได้ตัวคนเดียว

 

                เด็กชายพยายามเพ่งมองในความมืด แต่ก็ยังมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกจากห้องนอนที่มีเพียงเขา

 

                "นี่..." เขาเอ่ย เรียกใคร...หรืออะไรก็ตามที่อยู่เคียงข้างเขาเสมอมา "ผมรู้แล้วนะ ว่าคุณเป็นใคร"

 

                ความมืดขยับไหว เด็กชายรู้สึกได้

 

                "วันนี้ผมเจอนกในสวน มันนอนนิ่งตัวเย็นชืด ไม่จิกมือหรือบินหนีไปไหน ไม่ส่งเสียง คนสวนบอกว่าตาของมันมองไม่เห็นแล้ว ในตามีแต่ความว่างเปล่า" เด็กชายผุดยิ้มบาง "เขาบอกว่า มันพบกับความตาย"

 

                ความเงียบคล้ายจะส่งเสียงบางอย่างตอบรับเขา ยิ่งทำให้รอยยิ้มของเด็กชายกว้างขึ้น

 

                "เหมือนคุณเลยใช่มั้ยครับ ความตาย..."

 

                เด็กชายส่งยิ้มให้ความมืด ...ความตายที่อยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าจะเมื่อไหร่

 

                "ผมได้ยินคนพูดว่า ไม่มีใครหนีความตายพ้น แปลว่าคุณจะไม่ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวใช่มั้ยล่ะ" เขามองเข้าไปในความมืดอย่างมีความหวัง เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งมากขึ้นทุกทีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

                แต่เขาไม่กลัวหรอก เพราะถ้าเขาหลับตา สิ่งที่เขาจะเห็นก็คือความมืด ...ความตายที่คอยอยู่ข้างเขาเสมอ

 

                เด็กชายมั่นใจ ว่าก่อนที่ห้วงนิทราจะดึงเขาเข้าไป เด็กชายได้ยินเสียงหัวเราะ...

 

                ...หึ

 

 

 

                ความมืด...

 

                ความเงียบ...

 

                ...ความว่างเปล่า...

 

                เด็กชายนอนอยู่บนเตียงกว้างใหญ่ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง ...ก็ความตายไม่ต้องหายใจนี่ เพื่อนในยามค่ำคืนของเขาไม่ชอบส่งเสียง

 

                ห้องนอนของเขากว้างและหนาวเย็น ในตอนแรกเขาก็ไม่ชอบ ...แต่เพื่อนของเขาชอบ เด็กชายจึงเริ่มชอบมัน

 

                เขานอนนิ่ง น้ำตาไหลลงจากหางตาเงียบๆ ผู้ที่สักวันหนึ่งจะเป็นจักรพรรดิต้องไม่ร้องไห้ เขาไม่ได้ร้อง แค่น้ำไหลออกจากตา เขาไม่ได้เจ็บมือจากการฝึกซ้อมยิงปืน เขาแค่มือสั่นหลังจากนั้น

 

                ความว่างเปล่า...ความตาย กำลังลูบผมเขาอย่างแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลม มือของความตายเย็นยะเยียบ ไม่เหมือนมือที่แสนอบอุ่นของท่านแม่เลย

 

                จะดีสักแค่ไหนกัน ถ้าท่านแม่ของเขาอยู่ที่นี่...

 

                "...ท่านแม่ครับ" เด็กชายเอ่ยกระซิบ ก่อนจะปล่อยให้สัมผัสที่ผมนำพาให้เขาหลับไป

 

                ชู่ว เด็กโง่ นางไม่ได้ยินหรอก...

 

 

 

                ความมืด...

 

                ความเงียบ...

 

                ...ความว่างเปล่า...

 

                เด็กชายนอนลืมตา ดวงตาเพ่งมองไปในความมืดเพื่อจับเค้าลางเพื่อนผู้ลึกลับของเขา ถึงจะมีเพียงความว่างเปล่าอยู่ตรงนั้น แต่เขาก็รู้ว่าเพื่อนของเขาไม่เคยจากเขาไปไหน

 

                "พวกเขา..." เด็กชายรู้สึกลังเล แต่ไหนแต่ไรมา เขาไม่เคยรีรอที่จะเล่าเรื่องราวให้เพื่อนยามค่ำคืนของเขาฟัง แต่กับเรื่องนี้...เขาไม่แน่ใจ "พวกเขาบอกว่าผมยังเด็ก ยังอ่อนแอและใสซื่อเกินไปต่อโลกใบนี้"

 

                ความตายสบถในความเงียบ

 

                "พวกเขาไม่รู้ พวกเขาไม่รู้อะไรเลย ถ้าผมตั้งใจ ผมก็เป็นวีรบุรุษได้ ถ้าผมตั้งใจ ผมก็โหดร้ายได้เหมือนกัน!"

 

                ความตายหัวเราะ

 

                "ผมจะแข็งกร้าว ผมจะชั่วร้าย ให้เหมือนโลกใบนี้เลย!"

 

                ความตายเอื้อมมืออันเย็นเยียบมาลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู ยิ่งทำให้เด็กชายกล้าพูดมากขึ้น

 

                "เมื่อวาน...ผม...ผม...ฆ่าแมวตาย" เด็กชายเม้มปาก "มันไปหาคุณแล้วใช่มั้ยล่ะ มันน่ารัก ขี้อ้อน คุณคงชอบมัน"

 

                เขาไม่รู้ว่าความตายจะรู้สึกอย่างไร แต่เขาหวังว่าความตายจะพอใจ

 

                "มันนอนนิ่ง ตัวอุ่นๆค่อยๆเย็นจนชืด ไม่ส่งเสียงร้อง ไม่เจ็บปวดอีกแล้ว ...ดูมีความสุขจนน่าอิจฉา" เด็กชายก้มหน้า มองผ้าห่มที่คลุมร่างของตนอยู่ "...สักวันหนึ่งผมก็จะมีความสุขได้ใช่มั้ย"

 

                ท่านแม่จะมาหาใช่มั้ย... เป็นคำถามที่เขาไม่ได้เอ่ยออกไป เพราะกลัวที่จะได้ยินคำตอบ เขารู้ว่าความตายไม่โกหก ความเงียบของความตายเป็นจริงเสมอ

 

                "แน่นอน"

 

                เสียงที่ไม่เคยได้ยินเรียกให้เด็กชายเงยหน้าขึ้นทันที มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งส่งยิ้มให้จากในความมืด เห็นเพียงใบหน้าและเส้นผมสีสว่างที่โดดเด่นตัดกับความมืด

 

                "คุณเป็นใคร!?" เด็กชายผุดลุกขึ้นนั่ง ถอยหลังจนติดกับหัวเตียง แต่ชายคนนั้นก็ดูจะไม่ห่างไปจากเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มนั้นกว้างขึ้นคล้ายกับเห็นเรื่องขบขัน

 

                "เพื่อนของเจ้าไงล่ะ" เขาเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ดวงตาของคนแปลกหน้ามองสบกับเด็กชาย ในแววตาคู่นั้นมีบางสิ่งที่คุ้นเคย ในความมืดทำให้เขามองไม่เห็นสีตาของคนแปลกหน้า ...แต่ดวงตาคู่นั้นราวกับความมืดไม่มีผิด

 

                ความมืดที่เขาคุ้นเคย...

 

                "ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เจ้าต้องการ ข้าจะมาหาเจ้า เมื่อยามที่เจ้าเรียกหาข้า ข้าจะอยู่ตรงนั้น" เสียงของชายแปลกหน้ายั่วเย้า ในน้ำเสียงนั้นมีบางสิ่งที่ทำให้เด็กชายรู้สึกเหมือนเคยได้ยินมาก่อน "ข้าอยู่กับเจ้าเสมอ..."

 

                ใครกันที่คอยอยู่เคียงข้างเขา คอยเป็นเพื่อนเขายามอยู่เพียงลำพัง...

 

                ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างงดงาม ก่อนจะค่อยๆกลืนหายไปในความมืด

 

                "อย่าเพิ่งไป!" เขารีบยื่นมือเข้าไปในความมืด คว้าแขนเสื้อของ'เพื่อน'ของเขา ชายหนุ่มเลิกคิ้ว แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้เด็กชายพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน

 

                "ข้าอยู่กับเจ้าเสมอ ...ใกล้ยิ่งกว่าใคร" ชายหนุ่มเอื้อมมือมาลูบหัวเขา มือนั้นเย็นยะเยือก...

 

                "...คุณจะอยู่เป็นเพื่อนผม ...ตลอดไปใช่มั้ย" เด็กชายดึงแขนข้างที่เขาคว้าไว้ได้เข้ามากอดราวกับจะไม่ปล่อยไปไหน แขนของความตายเย็นเยียบ...สงบและปลอบโยน

 

                "แน่นอน... ข้าไม่มีวันจากไปไหน"

 

                "..สักวันหนึ่งผมจะมีความสุข ไม่ต้องร้องไห้ได้ใช่มั้ย"

 

                "แน่นอน..."

 

                "...คุณอยู่กับผมตอนที่ผมร้องไห้ ตอนที่ผมมีความสุข คุณก็จะอยู่เหมือนกันใช่มั้ย"

 

                "ข้าไม่มีวันจากไปไหน"

 

                ยิ่งเด็กชายฟังคำตอบของความตาย เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าเปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง แขนของความตายที่เย็นยะเยือกหายไปจากอ้อมแขนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ความเย็นยังคงแผ่ไปทั่วร่างของเขา

 

                "สัญญานะ?"

 

                "ข้าสัญญา..." มือของความตายลูบลงบนเปลือกตาของเด็กชาย ทำให้เขาหลับตาลง ความคิดทั้งหมดหลบอยู่ในความมืด

 

                "เมื่อวันนั้นมาถึง รูดอล์ฟ เจ้าจะอยู่กับข้า...ตลอดไป"

 

                เด็กชายหลับไปโดยไม่ฝันถึงสิ่งใด ทว่ามีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าตลอดห้วงนิทรา

 

 

 

 

                วันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1889 มกุฏราชกุมารรูดอล์ฟแห่งออสเตรีย เจ้าฟ้าชายแห่งฮังการีและโบฮีเมีย สิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุ 30 พรรษา ด้วยอัตวินิบาตกรรม

 

 

 

 

 

Fin

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

inspired by Mama, wo bist du

 

โปรดเปิดฟังประกอบเพื่อให้ได้อรรถรส

ฟิคนี้เป็นฟิคจากละครเวทีเรื่องElizabethค่ะ สร้างอิงและดัดแปลงจากประวัติของจักรพรรดินีอลิซาเบธแห่งออสเตรีย ว่าด้วยชีวิตของอลิซาเบธผู้หลงรักความตาย

ถึงเพิ่งจะเสพได้ไม่นาน แต่ติ่งมากกก โฮ เดธหล่อมาก หล่อไม่ไหวแล้ว รูดอล์ฟ(ลูกของอลิซาเบธ)ก็น่าอมมาก

ก็...เลยออกมาเป็นฟิคนี้แหละค่ะ (/w\ )

เอ๊ะ ราชาศัพท์อะไรกัน รูดอล์ฟยังเด็กยังเล็ก ราชาศัพท์อะไรยังใช้ไม่คล่องหรอกน่า ขนาดเรียกแม่ยังเรียกMamaเลยนะ! #แถสดแถเปื่อยไฟไหม้น้ำร้อนลวก

สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูเรื่องนี้.... ขอเชิญให้ลิ้มลอง มีซับภาษาอังกฤษพร้อมค่ะ มาฟินด้วยกันเถอะะะะ

Comment

Comment:

Tweet

เราเม้นท์ไปรอบนึงแล้วแต่เอ็กทีนเม้นท์ไม่ติด /พราก ... เอาใหม่...
รูดอล์ฟฟฟฟฟ Y __ Y
ละครเวทีนี้ความตายมาให้เห็นชัดแบบเป็นรูปธรรมเลยค่ะ /หล่อจั----- /ไม่
ความจริงแล้ว รูดอล์ฟน่าสงสารนะคะ อยู่ๆแม่ก็หายไปไม่รู้อยู่ไหน (ในความคิดรูดอล์ฟ) แล้วยังจะกฎระเบียบ ชีวิตในวังที่เข้มงวด สำหรับเด็กก็คงจะเป็นชีวิตที่ยากและแสนลำบาก .  .) /จึงไม่แปลกใจทำไมตอนหลังยอมไปเป็นเพื่อนกับคุณความตาย /แถมคุณความตายก็ยัง "จะอยู่เคียงข้างตลอดเวลา" ซะด้วยสิ  
/เรายังดูไม่จบ /วิ่ีงไปเสพต่อโฮรวววว

#1 By MiRacLe [Q-Q KuNg] on 2015-05-29 23:48