[Chiaki]ดองไปเถิดจะเกิดผล~ View my profile

[Aldnoah.Zero]Where to belong

posted on 02 Aug 2015 01:28 by choconoir in Fiction
**Spoil alert - เนื้อหาในฟิคนี้เป็นช่วงหลังจากA/Z 24 หากใครที่ยังไม่ได้ดู โปรดระวังสปอย**
 
 
 
Aldnoah.Zero Fiction
 
 
 
 
[Inaho x Slaine]
 
 
 
Where to belong
 
 
 
 

                วันนี้ ฝนก็ตกเหมือนเคย

 

                ถ้าเป็นเมื่อก่อน ดวงตากลของเขาก็คงจะแจ้งเตือนถึงระดับความชื้นในอากาศ ทำหน้าที่แทนพยากรณ์อากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพจนเขาไม่ต้องกังวลว่าจะเปียก

 

                ใช่ว่าเขาจะกังวลเรื่องนั้นน่ะนะ

 

                เขาไม่ดูพยากรณ์อากาศ ไม่พกร่ม แม้จะมองเห็นท้องฟ้ามืดครึ้มมาแต่ไกล แต่เขาก็ยังคงก้าวลงจากรถจี๊ปมาเผชิญหน้ากับสายฝนที่เทกระหน่ำจากฟ้า

 

                ถ้าพี่ยูกิอยู่ด้วย เขาก็คงโดนดุไปแล้ว

 

                เด็กหนุ่มพยักหน้าให้กับคนที่ทำหน้าที่เฝ้ายามตรงหน้าประตู เขามาที่นี่หลายต่อหลายครั้งจนไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไรให้มากความ เพียงแค่ติดต่อมาล่วงหน้าสักเล็กน้อย ทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ

 

                ห้องคุมขังที่แน่นหนา ล้อมด้วยลูกกรง โต๊ะตัวยาวที่คั่นกลาง เก้าอี้วางฝั่งตรงข้ามกัน กระดานหมากรุก ...และนักโทษคนสำคัญ

 

                "...เอ่อ ท่านครับ" เสียงกล้าๆกลัวๆจากเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่ทำหน้าที่นำทางเขาเรียกให้อินาโฮะเหลือบสายตาไปมอง เขาเรียนรู้ว่าในเวลาแบบนี้ เขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไร เพียงแค่รอว่าจะตัดสินใจอย่างไรก็พอ

 

                อินาโฮะพยักหน้าเป็นเชิงให้อีกฝ่ายพูดต่อ

 

                "คือว่า...เพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อย เจ้าหน้าที่ของเราก็เลยป่วยกันหลายคน ทำให้การคุ้มกันหละหลวมเพราะขาดคน แล้ว...แล้วก็... ที่โรงพยาบาล..." ชายหนุ่มที่แก่กว่าเขาหลายปีมีท่าทางอ้ำอึ้ง เหมือนไม่รู้ว่าควรจะพูดออกมาดีไหม

 

                อินาโฮะรอ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงมีท่าทีแบบเดิมจนเสียเวลา

 

                "เข้าประเด็นได้แล้ว"

 

                "ภรรยาของผมกำลังคลอดครับ!"

 

                ดูท่าว่าน้ำเสียงของเขาจะกระตุ้นชายหนุ่มได้ดีจนเจ้าตัวเอ่ยตอบกลับมาทันควันด้วยเสียงดัง สองมือแนบลำตัว โค้งศีรษะให้กับเขา

 

                "ผม...ผมรู้ว่าไม่ควร ทั้งๆที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลที่นี่แท้ๆ แต่ว่า...แต่ว่า...ทรอย-- เอ่อ นักโทษเองก็ไม่เคยทำตัวมีปัญหา แล้วก็ถ้ามีท่านอยู่ที่นี่ตอนนี้ล่ะก็ คงจะ...หายห่วงไปได้"

 

                "เหลือคนเฝ้าที่นี่กี่คน" อินาโฮะตัดบท ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดอะไรให้ยืดยาวไปมากกว่านี้ สีหน้าราบเรียบ ไม่แสดงท่าทีใดบ่งบอกถึงสิ่งที่คิดอยู่ในหัว

 

                "ถ...ถ้าไม่นับผม ตอนนี้ก็มีแค่คนเฝ้าประตูด้านหน้ากับด้านหลัง ร...รวมแล้วสี่คนครับ!"

 

                เด็กหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ท่าทางว่าสภาพอากาศของที่นี่จะเลวร้ายถึงขีดสุดเข้าจริงๆ การคุมตัวนักโทษคนนี้เป็นความลับระดับสูงสุด ผู้ที่ปฏิบัติงานจึงมีจำนวนน้อยนิดและผลัดเวียนทำหน้าที่กันไม่มากนัก พอเกิดเหตุที่ควบคุมไม่ได้แบบนี้ จึงขาดคนทำหน้าที่เป็นเรื่องธรรมดา

 

                อินาโฮะมองใบหน้าซีดเผือดแต่มีเหงื่อหยดจากหน้าผากของอีกฝ่าย ความร้อนรนปรากฏชัดเสียจนไม่จำเป็นต้องใช้ดวงตาจักรกลก็เข้าใจได้ หน้าที่นี้มีความสำคัญมาก ผู้ที่ได้รับมอบหมายได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจึงมีสิทธิมาปฏิบัติหน้าที่ แต่ว่าชายคนนี้ก็มีสิ่งสำคัญในชีวิตของเขาเช่นกัน

 

                "ไปสิ" สิ้นคำของเด็กหนุ่ม คนฟังก็เบิกตากว้างจนน่าหัวเราะ "ให้คนเฝ้าด้านนอกไว้ให้ดี ส่วนด้านใน ฉันจัดการได้"

 

                "ข...ขอบคุณมากครับ!" ชายหนุ่มที่อินาโฮะยังไม่รู้จักชื่อโค้งให้เขาหลายครั้ง ในดวงตาคล้ายจะมีน้ำตาอยู่หน่อยๆ

 

                "รีบไปได้แล้ว" เขาตัดบทด้วยการเดินต่อไปยังทางเดินที่เขาจดจำได้ดี ไม่จำเป็นต้องมีคนนำทาง เขาก็ไปหานักโทษคนสำคัญที่รอเขาอยู่ในห้องเดิมถูก ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายยังคงโค้งอยู่ในท่าเดิมหรือเปล่า

 

                อินาโฮะรู้ว่าสิ่งที่เขาอนุญาตไปนั้นขัดต่อระเบียบ แต่เขาพิจารณาแล้วว่าเขารับมือได้หากเกิดเหตุอะไรขึ้น อีกอย่าง...เจ้าหน้าที่ของที่นี่ก็ดูแลนักโทษคนสำคัญเป็นอย่างดี...

 

                แบบนี้ก็ดีในอีกแง่หนึ่ง เขาจะได้ใช้เวลากับสเลนได้โดยไม่มีคนรบกวน...

 

                กุญแจห้องสำหรับเยี่ยมนักโทษแขวนอยู่ด้านนอก บ่งบอกให้รู้ว่าวันนี้การควบคุมนักโทษหละหลวมขนาดไหน อินาโฮะคว้ากุญแจมาไข กดเปิดรหัสที่เขาจดจำได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามายังที่แห่งนี้เพื่อเปิดประตู

 

                บนเก้าอี้ตัวเดิม คือนักโทษคนสำคัญที่กำลังนั่งกอดอก ใช้ดวงตาสีอ่อนมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะ...รำคาญ?

 

                "หัดพกร่มหรือดูพยากรณ์อากาศบ้างก็ดีนะ" สเลนเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร ดวงตามองไล่ตั้งแต่เรือนผมที่เปียกชุ่มลงมาถึงเครื่องแบบที่เปียกอย่างเห็นได้ชัดของเขา

 

                "เป็นห่วงเหรอ" เด็กหนุ่มยิ้มบางๆให้อีกฝ่าย ทันทีที่เขาพูดจบ รอยยิ้มก็ยิ่งกว้างกว่าเดิมเพราะปฏิกิริยาของคนฟัง...เป็นอะไรที่น่าดูไม่เลวเลย

 

                "พ...พูดอะไรน่าขนลุกแบบนี้ออกมาได้นะนาย" เด็กหนุ่มในชุดนักโทษอ้าปากค้างอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยโต้ตอบเขากลับมา มือที่กอดอกอยู่เปลี่ยนมาวางบนตักทั้งมือสั่นๆเหมือนอยากจะชี้นิ้วใส่หน้าเขาอย่างไรอย่างนั้น

 

                "เห็นว่าคนที่นี่ป่วยเพราะฝนกันหลายคน แต่ท่าทางนายจะแข็งแรงดีสินะ" เขามองสำรวจร่างกายของอีกฝ่าย นอกจากผมที่ยาวขึ้นจนระบ่า ก็ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นัก ยังดูผอมบางดังเดิม... "กินข้าวหมดจานสักทีสินะ ดีมาก จะได้โตไวๆ"

 

                "ฉันอายุมากกว่านายอีกนะ ไคซึกะ อินาโฮะ! ที่กินข้าวเพราะจะได้มีแรงมาทะเลาะกับนายต่างหาก!" เด็กหนุ่มที่ถูกยั่วผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ จ้องหน้าเขาเขม็ง ดวงตาสีน้ำทะเลวาวโรจน์เหมือนพร้อมจะกระโจนใส่เขาได้ทุกเมื่อ

 

                ดีแล้ว...แบบนี้สิดี ดีกว่าแววตาที่เหมือนโลกทั้งใบล่มสลายไปแล้วนั่นตั้งเยอะ

 

                เดี๋ยวนะ ...จะได้มีแรงมาทะเลาะกับเขา?

 

                "อะ..." ดูท่าว่าคนพูดจะรู้สึกตัวเช่นกันว่าเผลอพูดอะไรออกไป ใบหน้านั้นจึงเริ่มขึ้นสีจางๆก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ตามเดิม คิ้วขมวดมุ่น สายตามองเขม็งไปยังชุดหมากรุกเบื้องหน้าราวกับจะใช้สายตาทิ่มแทงตัวหมากให้ล้มตายไป

 

                "นายเคยบอกว่า นกบินเพื่อทอดสายตามองลงมา งั้นทำไมนกถึงบินกลับรัง" อินาโฮะเอ่ยถาม หวังให้บรรยากาศแปลกๆเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นรูปแบบการสนทนาที่เขาคุ้นชิน

 

                สเลนแบบนี้ก็...น่ารักดี แต่ว่าเขาชอบค้างคาวที่เป็นศัตรูของเขามากกว่า สนุกกว่ากันตั้งเยอะ

 

                "คำถามให้ตอบเป็นปรัชญารึไง" คนถูกถามขมวดคิ้ว แต่สีหน้าก็แสดงออกชัดว่ากำลังคิดถึงคำตอบที่เป็นไปได้ "ก็รังเป็นบ้าน เพื่อกลับไปที่บ้าน เพื่อพักผ่อน เพื่ออยู่กับครอบครัว"

 

                ดวงตาสีน้ำทะเลมองสบกับเขา มีระลอกคลื่นบางอย่างที่อินาโฮะไม่เข้าใจแฝงอยู่ในนั้น

 

                "...ไม่มีหรอก ของแบบนั้นน่ะ ไม่มีที่ไหนให้บินกลับไปทั้งนั้น ได้แต่บินไปเรื่อยๆ จนบินไม่ไหวแล้วก็ตกลงมาไงล่ะ"

 

                แล้วอินาโฮะก็เข้าใจ ...มันคือความเจ็บปวด

 

                "แต่ก็บินอยู่ไม่ใช่เหรอ"

 

                "แต่ก็ตกลงมาแล้วไง"

 

                "แต่ก็ยังอยู่ตรงนี้"

 

                "ปีกหักเกินเยียวยา ถูกขังอยู่ในกรงน่ะนะ"

 

                "แต่ก็ยังอยู่ ยังมีชีวิต" เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย มองความเจ็บปวดที่ฉายชัดข้างในนั้น มองว่านอกจากความเจ็บปวด...มีสิ่งใดที่หลบซ่อนอยู่บ้าง

 

                "ไม่... ของแบบนั้นน่ะ ไม่มีอยู่มาตั้งแต่แรกแล้ว" ยิ่งพูด แววเจ็บปวดในดวงตาก็ยิ่งชัด เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาแค่นยิ้มที่ดูอย่างไรก็ฝืนทำจนเป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว

 

                "มีสิ" เขาสวนอีกฝ่ายทันควันด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ที่ดูท่าว่าจะกระตุ้นให้อารมณ์ของสเลนขุ่นมัวในทันที

 

                "อย่างนายจะไปรู้อะไร"

 

                "นายคือสเลน ทรอยยาร์ด ศัตรูของผม" เขามองสบตากับอีกฝ่ายนิ่งๆ ในดวงตาสีน้ำทะเลตรงหน้ามีความเปลี่ยนแปลง แต่เขาไม่มีดวงตาจักรกลที่จะช่วยบอกได้ว่าสภาพร่างกายของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปตามอารมณ์แบบใดบ้างอีกต่อไปแล้ว "ดังนั้น นายมีชีวิต"

 

                "นายควรใช้คำว่าเคยเป็นนะ ฉันแพ้แล้วไง" สเลนพ่นลมหายใจ ไหล่ตกเหมือนคนที่ยอมรับความพ่ายแพ้ "เลยมาอยู่ตรงนี้"

 

                "นายคือศัตรูของผม" อินาโฮะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของอีกฝ่าย "ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้"

 

                คำพูดของเขาทำให้ในดวงตาของสเลนที่เงยหน้าขึ้นมาจ้องเขามีแววตาบางอย่าง ...มันคืออะไร?

 

                "นายนี่มัน..." มุมปากของศัตรูของเขายกขึ้น ...นั่นคือรอยยิ้มใช่ไหมนะ? แต่สเลนก็ไม่เอ่ยอะไรมากกว่านี้ แต่ก็ดูไม่เหมือนจะต่อว่าอะไรเขา

 

                อินาโฮะพยายามเพ่งมองใบหน้าของอีกฝ่ายให้ชัดมากขึ้น รอยยิ้มบาง แววตาที่ดูเหมือนมีความสุขจางๆขึ้นมา ...เขาทำสำเร็จสินะ...

 

                แต่ดูท่าว่าเขาจะเพ่งมากเกินไปหน่อย คิ้วของสเลนถึงเริ่มขมวดเข้าหากัน ดวงตาเสหลบไปทางอื่น ไม่ยอมมองมาที่เขาเสียอย่างนั้น

 

                "วันนี้มาเพื่อถามคำถามเท่านี้หรือไง" คนตรงหน้าเขาขยับตัวไปมา เหมือนนั่งไม่สบายตัว ...หรือไม่สบายใจที่ถูกเขาจ้องแบบนี้

 

                "อยากให้มีอะไรมากกว่านี้เหรอ"

 

                สเลนที่อ้าปากค้างแบบนี้ก็น่ามองไปอีกแบบเหมือนกัน

 

                "มีเวลาว่างเยอะนักรึไง"

 

                "มีเวลามาทะเลาะกับนายได้เยอะเลยล่ะ"

 

                คนตรงหน้าเขาทำท่าเหมือนจะพูดต่อว่าอะไรอินาโฮะอีก แต่แล้วก็เงียบไป เม้มปากเหมือนไม่แน่ใจว่าควรจะพูดออกมาดีหรือเปล่า

 

                อินาโฮะจึงรอ... รอให้อีกฝ่ายพร้อมจนกว่าจะพูด ยังไงเขาก็มีเวลามากพออยู่แล้วนี่นะ

 

                "...ทำไม..."

 

                "หืม?"

 

                "ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ ไม่ใช่คำสั่งขององค์หญิงไม่ใช่เหรอ" สเลนจ้องตรงเข้ามาในตาของเขา ท่าทางจริงจังยิ่งกว่าทุกครั้ง ...จนน่าหัวเราะ

 

                คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?

 

                "ผมอยากมา"

 

                "...นายนี่มันประหลาดชะมัด" ถึงคิ้วจะขมวดเข้าหากันเหมือนไม่เข้าใจคำตอบของเขานัก แต่บนใบหน้าของคนตรงหน้าก็มีรอยยิ้ม

 

                ดีกว่าสีหน้าที่เหมือนคนตายก่อนหน้านี้ตั้งเยอะ

 

                "นายก็เหมือนกันนั่นแหละ"

 

                แล้วพวกเขาก็หัวเราะ

 

                อินาโฮะเคยคิดมาหลายครั้ง ถ้าพวกเขาได้พบกันในสถานการณ์อื่น ในฐานะอื่น พวกเขาก็คงจะเพื่อนสนิทกันได้ไม่ยากอย่างแน่นอน...

 

                ในสายตาของคนอื่น อาจจะดูไม่เหมือนหัวเราะสักเท่าไหร่ แต่ไหล่ที่สั่นน้อยๆของสเลน กับเสียงพ่นลมหายใจของเขา รอยยิ้มของพวกเขา ก็ทำให้รู้ว่าบ่ายวันนี้เป็นวันที่ไม่เลวเลย

 

                "วันนี้ฝนก็ตกอีกสินะ" นักโทษผู้ถูกขังในห้องที่ไร้หน้าต่างเอ่ย สายตาเหม่อมองไปยังประตูด้านหลังของอินาโฮะ รอยยิ้มบางยังคงอยู่บนใบหน้า ท่าทางไม่ต่างอะไรไปจากเพื่อนที่กำลังคุยสัพเพเหระกัน

 

                "อืม"

 

                "...รู้ไหม แค่นายพกร่มที่เปียกฝนเข้ามา ฉันก็รู้แล้วนะว่าฝนตก"

 

                คำพูดของคนรู้ทันทำให้อินาโฮะเลิกคิ้ว เขาควรจะรู้สึกแปลกใจหรือพึงพอใจดีล่ะ? แบบนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นค้างคาวของเขา

 

                "ร่มใช้เป็นอาวุธได้ เอาเข้ามาไม่ได้หรอก" เขาเอ่ยตอบกลับไปอย่างราบเรียบ แต่ยังคงมีรอยยิ้มที่มุมปากจากการหัวเราะเมื่อครู่

 

                "นั่นสินะ... งั้นแค่บอกมาว่าฝนตกก็พอแล้วมั้ง"

 

                "เป็นห่วงจริงๆด้วยสินะ"

 

                "ก็บอกว่าอย่าพูดอะไรน่าขนลุกไง!"

 

                คำพูดของสเลนทำให้อินาโฮะหัวเราะ ยิ่งเห็นคิ้วเรียวขมวดมุ่นก็ยิ่งรู้สึกขำ สีหน้าแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน

 

                "เล่นหมากรุกกัน" "นายน่าจะทำให้ตัวแห้งก่อนจะเป็นหวัดนะ"

 

                ทั้งสองคนต่างพูดพร้อมกันจนต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันในความเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่าควรจะต่อบทสนทนาของใครดี

 

                "...เล่นหมากรุกกับคนที่เดี๋ยวจามใส่หน้าน่ะ ไม่เอาด้วยหรอก" สเลนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน ดวงตาสีน้ำทะเลมองไล่ตั้งแต่ปลายผมที่เปียกชุ่มของเขาจนถึงเสื้อที่เป็นรอยน้ำ

 

                "งั้นถ้านายชนะ ผมจะทำให้ตัวแห้ง แต่ถ้าผมชนะ นายก็ทำให้ผมตัวแห้ง แบบนี้ดีไหมล่ะ" เขายิ้มจางๆให้อีกฝ่าย ยิ้มให้กับสีหน้าที่ดูอย่างไรก็ไม่สบอารมณ์นั่น

 

                "เล่นไปคนเดียวเถอะ" สเลนสวนกลับมาทันควัน แต่รอยยิ้มที่ยังคงอยู่บนใบหน้าก็ทำให้อินาโฮะรู้...ว่าการที่เขาเข้ามาคุยด้วยแบบนี้ทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีได้ไม่น้อยเลย

 

                "ถ้ากินหมากผมได้ตัวนึง ผมจะเล่าเรื่องของเซลัมซังตอนนี้ให้ฟังเรื่องนึง แบบนี้ล่ะ" ใบหน้าของเด็กหนุ่มยังคงไม่แสดงอารมณ์ใดมากไปกว่ารอยยิ้มบาง แม้ว่าในใจของเขาจะกำลังยินดีอย่างเต็มที่กับแววตาสะท้านไหวของอีกฝ่ายก็ตาม "ถึงผมจะไม่ได้เจอกับเซลัมซังแล้วแต่ก็ได้ยินข่าวอยู่ตลอดนะ"

 

                อินาโฮะไม่จำเป็นต้องรอคำตอบจากคนตรงหน้าเลย

 

                ...

 

                ..และไม่ต้องรอนานนักสำหรับการเดินหมากเพื่อกินพระราชาของสเลน

 

                เซอร์สเลน ทรอยยาร์ด ซาสบาม แห่งดาวอังคาร มีฝีมือการเดินหมากที่ยอดเยี่ยม สมกับเป็นค้างคาวของเขา สงครามบนกระดานหมากรุกดุเดือดไม่แพ้สนามรบอื่น ...แต่ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องของจักรพรรดินีแห่งดาวอังคารที่เขาเล่ารบกวนจิตใจสเลนเป็นอย่างมากหรือเปล่า คู่ต่อสู้ของเขาจึงได้เพลี่ยงพล้ำจนเขาเดินหมากเข้ารุกฆาตได้ไวขนาดนี้

 

                "...ไม่มีผ้าขนหนู" คนแพ้พูดเสียงเบา ฟังดูก็รู้ว่าเค้นเสียงผ่านการกัดฟัน

 

                อินาโฮะถอดเสื้อตัวนอกที่เปียกชุ่มของตัวเองส่งให้โดยไม่เอ่ยอะไร

 

                เสื้อเครื่องแบบทั้งหนาและหนัก เช็ดผมไม่สบายสักนิด แต่เสียงที่ฟังคล้ายฮึดฮัดของสเลนและมือที่ขยี้เสื้อนอกลงบนศีรษะของเขาอย่างตั้งใจก็ทำให้อินาโฮะเริ่มหลับตา นึกถึงตอนที่พี่ยูกิเคยเช็ดผมให้เขาแบบนี้ ...ไม่เหมือนกันสักนิดเลย ไม่เหมือนใครทั้งนั้น

 

                "เสื้อก็เปียกแบบนี้ เมื่อไหร่จะแห้ง" เด็กหนุ่มที่กำลังเช็ดผมให้เขาบ่นอุบ ก่อนจะโยนเสื้อหนาหนักที่ดูจะดูดซับน้ำเอาไว้มากพอแล้วไปที่โต๊ะ แล้วใช้มือสางที่ผมของอินาโฮะเพื่อสำรวจความชื้นโดยตรง

 

                ข้อมือของสเลน... เล็กขนาดนี้เลยเหรอ กินข้าวจริงๆรึเปล่าน่ะ?

 

                เด็กหนุ่มรุ่นพี่เอียงตัวเข้ามาใกล้ ใช้ดวงตาสีน้ำทะเลมองสำรวจควบคู่กับปลายนิ้วว่าผมของเขายังชื้นอยู่ขนาดไหน ในดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของอินาโฮะ ไม่ใช่ความว่างเปล่าอย่างที่เคยเห็นเจ้าตัวนั่งเหม่อตอนก่อนหน้านี้...

 

                นี่ไงล่ะ เหตุผลที่อินาโฮะมาที่นี่

 

                "สเลน ทรอยยาร์ด"

 

                "หืม?"

 

                "นายไม่ใช่นก แต่เป็นค้างคาว"

 

                ค้างคาวของเขา...

 

                "พูดอะไรของนาย ไม่เห็นจะเข้าใจเลย"

 

                "ค้างคาวน่ะ ไม่ต้องบินให้สูงนักก็ได้"

 

                อินาโฮะจับข้อมือของอีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้า แล้วดึงร่างของสเลนลงมาประกบริมฝีปาก

 

 

 

 

 

 

 

TBC อ่านด้านล่างสักนิดก่อนจะจิ้มต่อนะพลีส <3 >>ความบาปอยู่ทางนี้

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ในที่สุดก็แต่งตอนนี้เสร็จสักที โฮรววววว งมกับมันนานมากกกกกก

ขอบอกอย่างไม่อายและขอร้องอย่างจริงจังค่ะ ต้องการคอมเม้นท์สำหรับตอนนี้จริงๆ โดยเฉพาะฉากฟิฟตี้เฉดออฟส้ม อิส้มมันตรงเกินไป มันลุ่นเกินไปจนพิมพ์ไปยังเขินไปกรี๊ดไป ดังนั้นอยากเห็นฟีดแบ็คค่ะว่าคนอ่านแหกปากอย่างเราตอนแต่งไหม แงงง

ค้างคาวก้าวร้าวเป็นอะไรที่ไม่คุ้นเลยจริงๆ ไม่แน่ใจว่าแต่งออกมาได้ดีไหม แงงง อยากได้ฟีดแบ็คมาก

กลัวมากด้วยว่าบทสนทนาว่าด้วยนกและค้างคาวของสองคนนี้จะอ่านแล้วงงๆ... ฮรือ orz

ดังนั้นถ้าใครอ่านแล้วมีความคิดเห็นยังไง ทิ้งไว้ในช่องคอมเม้นหรือเมนชั่นมาก็ได้จะเป็นพระคุณมากค่ะะะ

อย่าให้เราแหกปากเพียงลำพังงง ไม่ได้แต่งnsfw BLมานานมาก แถมเป็นในมุมมองส้มอีก ไม่รู้มันประหลาดไปไหม แงงง


Comment

Comment:

Tweet

/ระทวยระทดกลับมาจากห้วงแห่งบาปในตำเบลอ/
....ฮว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก /ยิงลำแสงคำว่าต๋งงงงงออกมาจากดวงตา/
โอยยยย ไม่ได้อ่านฟิคที่ดีแบบนี้มาพักใหญ่ อิ่มมาก ฟินมาก ต๋งเขียนคู่นี้ได้สมคาร์มาก มาก มากกกกกกกกก /แหกปาก/ ไม่เคยผิดหวังเลยยยยยยยย
ปฏิกริยาของสเลนก็ปลุกความSจริงๆ ฮืดฮาด โฮะที่คิดอะไรวิทย์ๆแม้แต่ตอนฟีเจอร์ริ่งกันนี่ก็นะะะะะ โคตรโฮะ 55555 //ตอนน้ำลายนี่พุ่งเข้าหัวชนฝาห้องเลย....
อ่านสภาพแล้ว สเลนคงกินน้อยมามานานแล้ว...ไม่อยากคิดเลยว่า โฮะ แก ตั้งใจสินะ...เอาให้ผอมจนกดง่าย เสร็จแล้วค่อยขุนให้กอดได้เต็มมือทีหลังหราาาาา แกรรรรรรร ร้ายยยยยย

แฮ่กๆ อ่านตอนนี้แล้วเหนื่อยจังเลย เด็กๆหนุ่มๆเนี่ยเรี่ยวแรงมันดีจริงๆนะคะคุณขา

#4 By มาโช on 2015-08-02 23:08

*เบะปากกก*
โอ๊ยยยยย เบะปากแรงงงง อินาโฮะะะ แกกกก หน้าด้านน *ปาดอกไม้ใส่* แงงงงง้
ฮืออ ฉากเถียงๆกันนี่อยากด่าตาคนหน้าด้านคนนั้นเหลือเกิน นังส้มมันร้ายจริงๆค่ะหัวหน้า! เป็นห่วงเหรอ? อยากให้มีอะไรมากกว่านี้เหรอ? มีเวลามาทะเลาะกับนายได้เยอะเลยล่ะ วู้ยยย คุกคามมมมม คุกคามมมมมม *แหกปากไปจนถึงดาวอังคาร*
สเลนนี่ก็เผลอหลุดไปให้ตาส้มนั่นกระหยิ่มยิ้มย่องพอใจทำไมคะลูก ฉันกินข้าวเยอะๆเพื่อจะได้มีแรงไปทะเลาะกับนาย! ฮัลโหล หนูดูหน้าอันชั่วร้ายของมันสิคะลูก เป็นไงล่ะมันไม่ทะเลาะอย่างเดียวเลย เห็นมีแรงมากขึ้นมันก็อัพเลเวลจากเถียงฟาดปากกันเฉยๆเป็นฟาดจูบซะนี่ *มองแรง*
ฮืออออ บอกเลยว่างานนี้ผลไม้กินสัตว์แน่ๆค่ะ นุ้งดรีมฟันเฟิร์ม(...)
อะแฮ่ม ชอบประโยคค้างคาวไม่ต้องบินให้สูงมากค่ะ คุกคามกักขังกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว จับล่ามโซ่เป็นจำเลยรักละครไทยได้คงทำ *ผิด* อยากเห็นแววตาเขาส่องประกาย อยากเห็นเขามีความสุข ต๊าย *เบะปากกกก*
บทสนนทนาในฟิคนี้เราว่ามัน \'เหมาะ\' กับสองคนนี้ดีค่ะ ส่วนสเลนก้าวร้าวนี่เราว่ามันอยู่ในระดับพอดีนะ บรรยากาศสองคนที่อยู่คุยด้วยกันมันเหมือนศัตรูทั้งรักทั้งชังดีค่ะ แบบโปรเฟสเซอร์Xกับแมกนีโต้ไรงี้*แค่ก* แบบเรื่องมันจบแล้วจะไปราวีกันมันก็ไม่ใช่ รักกันไว้เถิดเนาะ *มองการขโมยจูบชาวบ้านหน้าด้านๆนั่นด้วยสายตาจิกกัด* โฮ้วววว รออีก10หน้าที่เหลือนะคะ! สเลนทานิกับโฮะโรเสะ!! #ผิ๊ดดด

#3 By Demi_Dream on 2015-08-02 18:04

*เบะปากกก*
โอ๊ยยยยย เบะปากแรงงงง อินาโฮะะะ แกกกก หน้าด้านน *ปาดอกไม้ใส่* แงงงงง้
ฮืออ ฉากเถียงๆกันนี่อยากด่าตาคนหน้าด้านคนนั้นเหลือเกิน นังส้มมันร้ายจริงๆค่ะหัวหน้า! เป็นห่วงเหรอ? อยากให้มีอะไรมากกว่านี้เหรอ? มีเวลามาทะเลาะกับนายได้เยอะเลยล่ะ วู้ยยย คุกคามมมมม คุกคามมมมมม *แหกปากไปจนถึงดาวอังคาร*
สเลนนี่ก็เผลอหลุดไปให้ตาส้มนั่นกระหยิ่มยิ้มย่องพอใจทำไมคะลูก ฉันกินข้าวเยอะๆเพื่อจะได้มีแรงไปทะเลาะกับนาย! ฮัลโหล หนูดูหน้าอันชั่วร้ายของมันสิคะลูก เป็นไงล่ะมันไม่ทะเลาะอย่างเดียวเลย เห็นมีแรงมากขึ้นมันก็อัพเลเวลจากเถียงฟาดปากกันเฉยๆเป็นฟาดจูบซะนี่ *มองแรง*
ฮืออออ บอกเลยว่างานนี้ผลไม้กินสัตว์แน่ๆค่ะ นุ้งดรีมฟันเฟิร์ม(...)
อะแฮ่ม ชอบประโยคค้างคาวไม่ต้องบินให้สูงมากค่ะ คุกคามกักขังกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว จับล่ามโซ่เป็นจำเลยรักละครไทยได้คงทำ *ผิด* อยากเห็นแววตาเขาส่องประกาย อยากเห็นเขามีความสุข ต๊าย *เบะปากกกก*
บทสนนทนาในฟิคนี้เราว่ามัน 'เหมาะ' กับสองคนนี้ดีค่ะ ส่วนสเลนก้าวร้าวนี่เราว่ามันอยู่ในระดับพอดีนะ บรรยากาศสองคนที่อยู่คุยด้วยกันมันเหมือนศัตรูทั้งรักทั้งชังดีค่ะ แบบโปรเฟสเซอร์Xกับแมกนีโต้ไรงี้*แค่ก* แบบเรื่องมันจบแล้วจะไปราวีกันมันก็ไม่ใช่ รักกันไว้เถิดเนาะ *มองการขโมยจูบชาวบ้านหน้าด้านๆนั่นด้วยสายตาจิกกัด* โฮ้วววว รออีก10หน้าที่เหลือนะคะ! สเลนทานิกับโฮะโรเสะ!! #ผิ๊ดดด

#2 By Demi_Dream on 2015-08-02 18:03

กรีดร้องแป๊ปปปปปป
ชอบบบบบบบบ งื้ออออออออ ฉากเถียงกันในคุก เล่นหมากรุก ตลอดจนส้มรุกบ้าง /////////////////
"ค้างคาวน่ะ ไม่ต้องบินให้สูงนักก็ได้" <<< จะได้จับตัวง่ายๆ ใช่มั้ยคะะะะ

#1 By scuroluce (58.10.16.103|58.10.16.103) on 2015-08-02 14:45